รูเล็ต เทคนิคการเล่นที่มีโอกาสได้เงินถึง 70 %

ในเกม รูเล็ต นั้นมีการเดิมพันมากมาย หลายแบบ แต่ละแบบก็มีอัตราการจ่ายที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเมื่อเราคำนวณถึงอัตราการจ่ายให้ดี เราจะเห็นจุดที่เราสามารถได้เปรียบในการวางเดิมพัน และในวันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งรูปแบบการแทงที่จะช่วยให้เราชนะเดิมพันได้มากถึง 70 %

การแทงรูเล็ต แบบกลุ่ม 12 ตัวเลข

ซึ่งมีอัตราจ่าย 1 ต่อ 2  

กลุ่ม 1st 12 ได้แก่เลข 1 – 12 

กลุ่ม 2nd 12 ได้แก่เลข 13 – 24 

กลุ่ม 3rd 12 ได้แก่เลข 25 – 36 

ในการแทงรูปแบบนี้จะมีให้เราได้เลือกทั้งหมด 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มนั้นจะมี 12 ตัวเลข ให้เราเลือกวางเดิมพันใน 2 กลุ่ม โดยมีการวางเดิมพันเท่าๆ กัน เช่นวางเดิมพันที่ กลุ่ม1st 12 และกลุ่ม 2nd 12 กลุ่มละ 100 บาท หากว่าออกเลข 12 เราจะเสียเดิมพันที่ กลุ่ม 2nd 12 เท่ากับว่าเสีย 100 บาท แต่ว่าเราจะได้เงินเดิมพันที่ กลุ่ม 1st 12 200 บาท เท่ากับว่าในเกมนี้เราจะได้เงินเมื่อหักลบแล้วมีกำไรที่ 100 บาท โอกาสที่จะออกกลุ่ม 3rd 12 มีเพียงแค่ 30 % เท่านั้น ทำให้การวางเดิมพันในรูปแบบนี้มีโอกาสได้เงินมากกว่านั่นเอง

การแทงรูเล็ต แบบกลุ่ม 12 ตัวเลข ในแถวแนวนอน

ซึ่งมีอัตราจ่าย 1 ต่อ 2

กลุ่ม 1st 12 ได้แก่เลข 1,4,7,10,13,16,19,22,25,28,31,34

กลุ่ม 2nd 12 ได้แก่เลข 2,5,8,11,14,17,20,23,26,29,32,35

กลุ่ม 3rd 12 ได้แก่เลข 3,6,9,12,15,18,21,24,27,30,33,36

และเราจะใช้การเดิมพันรูเล็ตในรูปแบบเดียวกันกับวิธีแรก ในการแทงรูปแบบนี้จะมีให้เราได้เลือกทั้งหมด 3 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มนั้นจะมี 12 ตัวเลข ให้เราเลือกวางเดิมพันใน 2 กลุ่ม โดยมีการวางเดิมพันเท่าๆ กัน เช่นวางเดิมพันที่ กลุ่ม1st 12 และกลุ่ม 2nd 12 กลุ่มละ 100 บาท หากว่าออกเลข 12 เราจะเสียเดิมพันที่ กลุ่ม 2nd 12 เท่ากับว่าเสีย 100 บาท แต่ว่าเราจะได้เงินเดิมพันที่ กลุ่ม 1st 12 200 บาท เท่ากับว่าในเกมนี้เราจะได้เงินเมื่อหักลบแล้วมีกำไรที่ 100 บาท โอกาสที่จะออกกลุ่ม 3rd 12 มีเพียงแค่ 30 % เท่านั้น ทำให้การวางเดิมพันในรูปแบบนี้มีโอกาสได้เงินมากกว่านั่นเอง

เทคนิคการแทงรูเล็ตแบบกลุ่มนี้ ให้เราเลือกกลุ่มที่ยังไม่ออก เช่นในตาที่แล้ว ออกเลข 36 ซึ่งเป็นกลุ่ม 3rd 12 ในแนวตั้ง และเป็นกลุ่ม 3rd 12 ในแนวนอน เพราะฉะนั้นเราจะเลือกวางเดิมพันในกลุ่ม 1st 12 และ 2nd 12 ในแนวตั้ง และกลุ่ม1st 12 และ 2nd 12 ในแนวนอน วิธีนี้จะช่วยให้เราได้เงินง่ายขึ้น และลดโอกาสเสียให้น้อยลง1st 12 และ 2nd 12

การพนันออนไลน์ มีอะไรบ้างที่เป็นที่นิยม

ในยุคที่เศรษฐกิจบ้านเราไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่ หลายคนก็เลยต้องมองหาทางเลือกอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง และ การพนัน ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่หาเงินได้ดีทีเดียว สำหรับหลายๆ คน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกที่จะสามารถเล่นการพนันได้อย่างเปิดเผย เพราะมักจะมีการคอยตรวจตรา ของเจ้าหน้าที่อยู่เป็นระยะๆ ดังนั้น การพนันออนไลน์ คือคำตอบที่น่าสนใจ สำหรับใครหลายๆคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทของการเดิมพัน ยอดนิยม เหล่านี้

พนันบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาสากล ที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก และสำหรับหลายๆ คน หากจะให้เริ่มต้นการพนันออนไลน์ พวกเขาย่อมที่จะต้องเลือกการพนันฟุตบอลเป็นอันดับแรกๆ เพราะเป็นกีฬาที่รู้จัก ทั้งในเรื่องของรูปแบบในการเล่น การเดิมพัน นอกจากนี้ยังสามารถที่จะหาข้อมูลสำหรับการเดิมพันได้ง่ายมากกว่า การเล่นพนันประเภทอื่นๆ มาก

บาคาร่า

ไพ่ น่าจะเป็นมาตรฐานการละเล่น ตามคาสิโนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ ก็ตาม ด้วยรูปแบบการเล่นของบาคาร่าที่ง่าย และให้เงินได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่นาน ที่สำคัญ คือ เราสามารถทำความเข้าใจ และอ่านทางของไพ่ออกว่าควรจะเป็นอย่างไร ทำให้มีโอกาสมากที่จะเล่นพนัน แล้วได้เงินรางวัล ทำให้เกมส์พนันเกมส์นี้ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

รูเล็ต

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มองหาเกมการพนันออนไลน์ ที่มีทางเลือกสำหรับการเดิมพันที่หลากหลาย และมีอัตราการจ่ายเงินที่สูง นี่อาจจะเป็นเกมส์พนันที่คุณชอบ เพราะรูเล็ต นอกจากจะมีช่องสำหรับวางเงินให้คุณวางอย่างมากมายแล้ว ยังใช้เงินเริ่มต้นสำหรับการเดิมพันที่น้อยอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการพนันอื่นๆ เพราะมีเงินเพียงแค่ 10 บาท ก็สามารถที่จะเสี่ยงโชคกับการพนันชนิดนี้ได้แล้ว

สล็อตออนไลน์

เกมสล็อต เป็นเกมการพนันที่ยอดนิยม สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ เพราะมีกฎกติกา ที่เข้าใจได้ง่าย พร้อมทำเงินในเวลาไม่นานนัก ที่สำคัญ คือ ต่อให้คุณไม่สามารถที่จะอ่านภาษาอังกฤษออก ก็สามารถที่จะเริ่มเกมส์ได้อย่างไม่ยาก เพราะรูปแบบของเกมส์ แค่เพียงคุณวางเงิน แล้วกดหมุนเท่านั้นเอง
นอกจากเกมพนันที่คนนิยมแล้ว ยังมีอีกหลายๆ เกมส์การเดิมพันที่นักพนันชอบเล่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า เว็บไซต์การพนันออนไลน์นั้น ค่อนข้างเปิดกว้างสำหรับการเดิมพันที่หลากหลาย ทำให้ผู้เล่นมีตัวเลือกที่มากขึ้น เมื่อเทียบกับบ่อนพนันขนาดเล็กข้างนอก และหากมองในแง่ของเรื่องเงินลงทุน พบว่าไม่ได้ลงทุนมากอย่างที่คิด หากใครดวงดีหน่อย อาจจะได้เงินหลักหมื่น หลักแสน จากการลงทุนเพียงแค่หลักร้อย ก็ได้เหมือนกัน

MM88FC  มีการเดิมพันอะไรให้เราได้เล่นบ้าง

อย่างที่นักพนันทั้งหลายต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า MM88FC คือเว็บแทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด นอกจากเรื่องของการแทงบอลแล้ว พวกเขายังมีเกมส์ต่างๆ ที่เอาไว้รองรับอีกมากมาย และในวันนี้เราจะมาแนะนำให้ท่านได้รู้จักเกมส์ยอดฮิต สัก 2 เกมส์ เพื่อเอาไว้เล่นเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างที่กำลังนั่งรอบอลคู่โปรด

1. เสือ มังกร

สำหรับหลายคนที่ชอบเล่นการเดิมพันในหลายรูปแบบ เชื่อว่าเว็บ MM88FC.COM คือเว็บเดิมพันที่เหมาะกับท่านมากที่สุด เพราะว่านอกจากการแทงบอลแล้วยังมีเกมส์อีกมากมายเหมือนกับคาสิโนระดับโลกใน ลาสเวกัส และนี่คืออีกนหนึ่งเกมส์ที่เราภูมิใจนำเสนอ เกมวัดใจด้วยไพ่เพียงใบเดียว เสือมังกร เกมนี้เล่นกันง่ายๆ เปิดใครคนละใบ ใครที่มีแต้มมากกว่าก็ชนะไปเลย โดยเราสามารถเลือกวางเดิมพันได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทางฝั่งเจ้ามือ และทางฝั่งผู้เล่นส่วนการนับแต้มจากไพ่นั้น หากว่าเป็นตัวเลขให้นับตามตัวเลขได้เลย แต่หากว่าเป็นตัวภาษาอังกฤษให้เรานับแต้มไล่เรียงกันไปได้แก่ J เท่ากับ 11 แต้ม Q เท่ากับ 12 แต้ม K เท่ากับ 13 แต้ม A เท่ากับ 1 แต้มหากว่าเราแทงฝั่งผู้เล่นชนะ เมื่อวางเดิมพัน 100 เราจะได้เงิน 100 แต่หากว่าวางเดิมพันฝั่งเจ้ามือเมื่อวางเดิมพัน 100 จะได้รับเงิน 95 บาท โดย 5 บาทนั้น คิดเป็นค่าน้ำ

2. บาคาร่า

อีกหนึ่งเกมส์ไพ่ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในเว็บ MM88FC.COM หากว่าคุณต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการแทงบอล อยากได้อะไรที่แปลกออกไป เล่นไว ได้เงินไว และสามารถลุ้นได้อย่างสนุกสนาน ขอแนะนำเกมส์ บาคาร่า เกมส์ยอดนิยมมากที่สุดในโลก เพราะว่ารูปแบบการเล่นที่ง่าย และเข้ากับสไตล์ของคนไทย มีกติกาเหมือนกับเกมป็อกเด้งในบ้านของเรา ทำให้เราสามารถเล่นได้ทันที โดยเราสามารถเลือกวางเดิมพันได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทางฝั่งเจ้ามือ และทางฝั่งผู้เล่น หากว่าเราแทงฝั่งผู้เล่นชนะ เมื่อวางเดิมพัน 100 เราจะได้เงิน 100 แต่หากว่าวางเดิมพันฝั่งเจ้ามือเมื่อวางเดิมพัน 100 จะได้รับเงิน 95 บาท โดย 5 บาทนั้น คิดเป็นค่าน้ำเช่นกัน

และนี่คือ 2 เกมส์ยอดนิยมที่อยากแนะนำให้ท่านได้ลองเล่น เมื่อสมัครเข้ามาที่ MM88FC.COM อย่าลืมเข้าไปเล่นเกมส์เหล่านี้ นอกจากนี้ยังมีเกมส์อื่นๆ อีกมากมาย หรือไม่ว่าจะเป็นการเดิมพันกีฬาอีกหลากหลายชนิด โดยเฉพาะกีฬาที่ผมชอบมากที่สุดนั่นคือ บาส ลองเล่นดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่ามันคือการเดิมพันที่ทำให้เราได้ลุ้นตลอดเวลา สนุกกว่าบอลอีก

สนามแข่งขันทั้ง 12 สนาม ในศึก ฟุตบอลโลก 2018

วันนี้จะพาไปส่องสนามกีฬาที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย มีด้วยกัน 12 สนาม ดังนี้

1. สนามกีฬาโอลิมปิกลุจนีกี สเตเดี้ยม หรือเรียกสั้นๆว่า สนามกีฬาลุจนีกี ในสนามแห่งนี้มีความจุผู้เข้าชมถึง 89,318 ที่นั่ง ตั้งอยู่ในเมืองมอสโก และขึ้นชื่อว่าเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซียแล้วในตอนนี้ สนามกีฬานี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์โอลิมปิกลุจนีกี แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1980 และปัจจุบันยังเป็นสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดังในรัสเซีย คือ สโมสรฟุตบอลซีเอสเคเอมอสโก และสโมสรฟุตบอลสปาร์ตัคมอสโก และสนามแห่งนี้เคยจัดในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปมาแล้วสองเหตุการณ์ คือ ยูฟ่าคัพ รอบชิงชนะเลิศ 1999 ระหว่างสโมสรฟุตบอลปาร์มากับออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 2008 ระหว่างสโมสรฟุตบอลเชลซีกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และในอนาคตสนามแห่งนี้จะเป็นสนามที่ใช้ในการจัดฟุตบอลโลก 2018 รอบชิงชนะเลิศ และนอกจากนี้ยังใช้ในการแข่งขันที่มีโปรแกรมดังนี้

– วันที่ 14 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติรัสเซีย พบกับ ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ของกลุ่ม เอ
– วันที่17 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเยอรมนี พบกับ ทีมชาติเม็กซิโก ของกลุ่ม เอฟ
– วันที่ 20 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโปรตุเกส พบกับ ทีมชาติโมร็อกโก ของกลุ่ม บี
– วันที่ 26 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเดนมาร์ก พบกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ของกลุ่ม ซี
– วันที่ 1 กรกฎาคม 2018 การแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่างที่ 1 ของสายบี พบกับ ที่ 2 ของสาย เอ
– วันที่ 11 กรกฎาคม 2018 ใช้ในการแข่งขันรอบรอบตัดเชือก
– และ วันที่ 15 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้เป็นสนามในเกมชิงชนะเลิศของการแข่งขันในทัวร์นาเมนนี้

2. สนามกีฬาเครสตอฟสกี ชื่ออย่างเป็นทางการ สนามกีฬาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หรือ เซนิตอารีนา เป็นสนามกีฬาที่มีหลังคาเปิด-ปิดได้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะเครสตอฟสกี ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ปัจจุบันใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเซนิตเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สนามแห่งนี้ถูกเปิดตัวในปี 2017 เพื่อรองรับฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 ที่ผ่านมา สนามกีฬาแห่งนี้มีความจุอยู่ที่ 67,000 ที่นั่ง และโปรแกรมที่จะใช้ในเกมการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้มีดังนี้

– วันที่ 15 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโมร็อกโก พบกับ ทีมชาติอิหร่าน ในกลุ่ม บี
– วันที่ 19 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติรัสเซีย พบกับ ทีมชาติอียิปต์ ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 22 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติคอสตาริกา ของกลุ่ม อี
– วันที่ 26 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติไนจีเรีย พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ของกลุ่มดี
– วันที่ 3 กรกฎาคม 2018 จะใช้ในเกมการแข่งขันในรอบที่ 16 สุดท้าย
– วันที่ 10 กรกฎาคม 2018 จะใช้ในเกมการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ
– วันที่ 114 กรกฎาคม 2018 จะใช้ในเกมการแข่งขันในรอบชิงอันดับที่ 3

3. สนามกีฬาโอลิมปิกฟิชต์ ตั้งอยู่ที่เมืองโซชี เริ่มก่อสร้างในปี 2012 แล้วเสร็จในปี 2013 ซึ่งได้รับการกล่าวว่าเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของรัสเซีย รองจากสนามกีฬาลุจนีกี โดยมีความจุ 47,659 ที่นั่ง ในปี 2014 สนามกีฬาแห่งนี้เป็นสนามกีฬาหลักของกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ และยังถูกใช้เป็นสนามกีฬาในการแข่งขันพาราลิมปิกฤดูหนาว 2014 ,ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 และ ฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้ สนามแห่งนี้จะถูกใช้ในการแข่งขันในครั้งนี้มีดังนี้

– วันที่ 15 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโปรตุเกส พบกับ ทีมชาติสเปน ในกลุ่ม บี
– วันที่ 18 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเบลเยียม พบกับ ทีมชาติปานามา ของกลุ่ม จี
– วันที่ 23 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเยอรมนี พบกับ ทีมชาติสวีเดน ของกลุ่ม เอฟ
– วันที่ 26 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติออสเตรเลีย พบกับ ทีมชาติเปรู ของกลุ่ม ซี
– วันที่ 30 มิถุนายน 2018 จะใช้ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย
– และวันที่ 7 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้ในการแข่งขันรอบ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

4. สนามกีฬา เยคาเตรินบุร์กอะเรนา นับว่าเป็นสนามกีฬาฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นสโมสรของทีมเหย้าของสโมสร อูราล สเวิร์ดลอฟ โอบลาสท์ ถูกสร้างขึ้นในปี 2496 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาได้รับการปรับปรุงใหม่หลายครั้ง การปรับปรุงครั้งสุดท้ายของฟุตบอลโลกปีนี้ อย่างไรก็ตามสนามกีฬาของประวัติศาสตร์นี้ ยังคงมิได้ถูกแตะต้องเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรม คุณสมบัติทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งโดยทั่วไปของโซเวียตนีโอคลาสสิกถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยในการก่อสร้างที่ยืนพร้อมกับศิลปะการตกแต่งในรูปแบบของรูปปั้น, แจกันและแบนเนอร์ และสนามแห่งนี้มีความจุอยู่ที่ 35,696 ที่นั่ง และโปรแกรมที่จะใช้สนามครั้งนี้มีดังนี้

– วันที่ 15 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอียิปต์ พบกับ ทีมชาติอุรุกวัย ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 21 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส พบกับทีมชาติเปรู ในกลุ่ม ซี
– วันที่ 24 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น พบกับ ทีมชาติเซเนกัล ของกลุ่ม เฮช
– วันที่ 27 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเม็กซิโกพบกับ ทีมชาติสวีเดน ในกลุ่มเอฟ

5. สนามกีฬา คาซานอะเรนา เป็นสนามกีฬาในเมืองคาซาน สร้างเสร็จในเดือนกรกฎาคม ปี 2013 และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลรูบินคาซานในรัสเซียนพรีเมียร์ลีก สนามแห่งนี้มีจอภาพ LED ด้านหน้าสนามที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป มีความจุของสนามถึง 45,379 ที่นั่ง เคยถูกใช้ในพิธีเปิดและปิดของกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน 2013, กีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลก 2015 และฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 และจะใช้จัดแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 หนนี้ สถาปัตยกรรมออกแบบโดยปอปปูลัส นักออกแบบหลัก ดามอน ลาเวลเล กล่าวว่า สนามแห่งนี้มีการสะท้อนถึงสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และโปรแกรมที่จะใช้ในสนามแห่งนี้มีดังนี้

– วันที่ 16 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในกลุ่ม ซี
– วันที่ 20 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอิหร่าน พบกับ ทีมชาติสเปน ในกลุ่ม บี
– วันที่ 24 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโปแลนด์ พบกับ ทีมชาติโคลอมเบีย ในกลุ่ม เฮช
– วันที่ 27 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเกาหลีใต้ พบกับ ทีมชาติเยอรมนี ในกลุ่มเอฟ
– วันที่ 30 มิถุนายน 2018 ใช้ในการแข่งขันรอบที่ 16 สุดท้าย
– และวันที่ 6 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้เป็นสังเวียนของการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

6. สนามกีฬา นิชนีย์ นอฟโกรอด เป็นสนามที่ตั้งอยู่ในเมือง นิชนีย์ นอฟโกรอด ถือว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศนี้ เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่อยู่ติดทางแม่น้ำแม่น้ำวอลกา และเป็นสนามเหย้าของทีมเอฟซี โอลิมปิเยตส์ นิชนีย์ นอฟโกรอด ซึ่งในสนามนี้มีความจุได้ 45,000 ที่นั่ง และโปรแกรมที่จะถูกใช้งานมีดังนี้

– วันที่ 18 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติสวีเดน พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ ของกลุ่มเอฟ
– วันที่ 21 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอาร์เจนตินา พบกับ ทีมชาติโครเอเชีย ในกลุ่ม ดี
– วันที่ 24 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอังกฤษ พบกับ ทีมชาติปานามา ของกลุ่ม จี
– วันที่ 27 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ พบกับ ทีมชาติคอสตาริกา ของกลุ่ม อี
– วันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ใช้ในการแข่งขันรอบที่ 16 สุดท้าย
– และวันที่ 6 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้ในการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้าย

7. สนามกีฬา รอสตอฟ อารีนา ตั้งอยู่ในเมืองรอสตอฟ ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำรอสตอฟ ออนดอน เป็นสนามรังเหย้าของ เอฟซี รอสตอฟ และเป็นสนามที่ได้รับการขยับขยายการพัฒนาในซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวและร้านอาหารในท้องถิ่นดึงดูดผู้คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือนอีกหนึ่งเมืองเหมือนกัน การออกแบบเดิมของของสนามนี้เป็นการออกแบบแบบผสมผสานให้เข้ากับภูมิทัศน์อันงดงาม รูปทรงของหลังคาของสนามกีฬาเลียนแบบการคดเคี้ยวของสนาม ความสูงที่แตกต่างกันของพื้นที่ให้ผู้ชมสามารถลิ้มรสสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามได้ไม่เพียงเท่านั้น และสนามแห่งนี้มีความจุได้ถึง 45,000 ที่นั่ง และโปรแกรมที่จะถูกใช้ในสนามนี้มีดังนี้

– วันที่ 17 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในกลุ่ม อี
– วันที่ 20 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอุรุกวัย พบกับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 23 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเกาหลีใต้ พบกับ ทีมชาติเม็กซิโก ในกลุ่มเอฟ
– วันที่ 26 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติไอซ์แลนด์ พบกับ ทีมชาติโครเอเชีย ในกลุ่ม ดี
– และวันที่ 2 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้ในการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

8. สนามกีฬา ซามาราอารีน่า นั้นเริ่มมีการก่อสร้างกันในปี 2014 โดยการออกแบบในครั้งนี้ได้แรงบรรดาลใจมาจากอวกาศ และดวงดาว ตั้งอยู่ในเมือง ซามารา แนวคิดในการออกแบบครั้งนี้เป็นการออกแบบของพื้นที่เป็นเครื่องบรรณาการกับประเพณีของภูมิภาคและภาคอากาศยานที่มีชื่อเสียง รูปร่างของสนามจะคล้ายกับโดมกระจก โครงสร้างพื้นฐานที่มีน้ำหนักเบาและมีน้ำหนักเบาซึ่งเป็นโลหะพื้นฐานของแบริ่งที่รองรับน้ำหนักจะช่วยให้ครอบคลุมพื้นที่สูง 60 เมตร โดยช่วงเย็นโครงสร้างทั้งหมดจะสว่างขึ้นเน้นการออกแบบที่แสดงออกของสนามกีฬาที่มากขึ้น และสนามแห่งนี้มีความจุ 45,568 ที่นั่ง และหลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้ สนามแห่งนี้จะถูกใช้เป็นสนามเหย้าของทีม คริลยา โซเวตอฟ โปรแกรมในการที่จะใช้สนามแห่งนี้มีดังนี้

– วันที่ 17 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติคอสตาริกา พบกับ ทีมชาติเซอร์เบีย ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 21 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเดนมาร์ก พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในกลุ่ม ซี
– วันที่ 25 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอุรุกวัย พบกับ ทีมชาติรัสเซีย ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 28 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเซเนกัล พบกับ ทีมชาติโคลอมเบีย ในกลุ่ม เอช
– วันที่ 2 กรกฎาคม 2018 จะถูกใช้เป็นสังเวียนในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย
– และวันที่ 7 กรกฏาคม 2018 ก็จะใช้เป็นสังเวียนในการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้าย

9. สนามกีฬา มอร์โดเวีย อารีนา อีกหนึ่งสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในปีนี้ สนามกีฬามอร์โดเวีย เป็นสนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของซารันสค์ สำหรับความจุของสนามแข่งนี้จะมีอยู่ที่ 44,000 ที่นั่ง ได้รับการออกแบบโดยใช้ส่วนผสมของสีส้มสีแดงและสีขาวซึ่งเป็นโทนสีที่สะท้อนถึงศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมของชนเผ่ามอร์วินชนเผ่าพื้นเมือง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ส่วนที่ตั้งของสนามกีฬามอร์โดเวีย ตั้งอยู่บนที่ราบน้ำท่วมของแม่น้ำอินซานที่ไหลผ่านซารันสค์และเดินไม่ไกลจากใจกลางเมืองและย่านที่อยู่อาศัย โรงแรมและสถานที่สำคัญต่างๆมากมายรวมถึงโซนพิเศษสำหรับแฟนๆที่เดินทางไปดูการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สนามแห่งนี้ และการแข่งขันที่ถูกจัดเอาไว้มีดังนี้

– วันที่ 16 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเปรู พบกับ ทีมชาติเดนมาร์ก ในกลุ่ม ซี
– วันที่ 19 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโคลอมเบีย พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในกลุ่ม เอช
– วันที่ 25 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอิหร่าน พบกับ ทีมชาติโปรตุเกส ในกลุ่ม บี
– วันที่ 28 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติปานามา พบกับ ทีมชาติตูนิเซีย ในกลุ่ม จี

10. สนามกีฬา วอลโกกราด แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองวอลโกกราด ในสนามนี้ถือว่าเป็นสนามที่มีดีไซน์สมัยใหม่ที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอล 2018 ในครั้งนี้เลย ในความจุของสนามแห่งนี้อยู่ที่ 45,000 ที่นั่ง เมืองวอลโกกราดก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน และยังเป็นเมืองที่อยู่รอบนอกต่างต้องตกอยู่ฉากการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเมืองสตาลินกราดเป็นศูนย์หน้าการต่อสู้ในครั้งนั้นในประวัติศาสตร์ที่มีการจดบันทึกเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมืองวิลโกกราด ยังเป็นจุดแรกที่แฟนบอลจะเดินทางมาถึง อีกทั้งพวกเขายังต้องทำตามกฎของฟีฟ่าที่ว่า สนามบินจะต้องรองรับคนให้ได้อย่างน้อยที่สุดคือ 1,450 คนต่อชั่วโมง และโปรแกรมในการลงแข่งขันที่จะใช้ในสนามนี้มีดังนี้

– วันที่ 18 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติตูนิเซีย พบกับ ทีมชาติอังกฤษ ในกลุ่ม จี
– วันที่ 22 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติไนจีเรีย พบกับ ทีมชาติไอซ์แลนด์ ในกลุ่ม ดี
– วันที่ 25 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติซาอุดีอาระเบีย พบกับ ทีมชาติอียิปต์ ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 28 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น พบกับ ทีมชาติโปแลนด์ ในกลุ่มเอช

11. สนามกีฬา อั๊ตครึตติเย่ อารีนา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสนาม สปาร์ตัก สเตเดี้ยม ใช้เป็นสนามเหย้าของ สปาร์ตัก มอสโก ได้รับเลือกให้เป็น 1 ในสนามเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่กรุงมอสโก มีความจุอยู่ที่ 44,929 ที่นั่ง โดยชื่อสนามนั้นเป็นชื่อของผู้สนับสนุนสโมสรคือ ธนาคารอั๊ตครึตติเย่ในประเทศรัสเซีย เดิมทีนั้น สปาร์ตัก มอสโก ไม่มีสนามเหย้าเป็นของตัวเอง จนกระทั่งปี 2005 สโมสรมีแผนที่สร้างรังเหย้าขึ้นมา ก่อนจะตกลงซื้อที่ดินในกรุงมอสโกแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นกองบินของสหภาพโซเวียต ในปี 2010 เสาเข็มต้นแรกของสนามอั๊ตครึตติเย่ อารีนา ถูกตอกลงสู่พื้น แล้วเสร็จในปี 2014 มูลค่าก่อสร้าง 430 ล้านยูเอสดอลลาร์ (14,190 ล้านบาท) สูงสุดเป็นอันดับที่ 8 ของทวีปยุโรป และโปรแกรมที่จะถูกจัดขึ้นแข่งขันที่นี่มีดังนี้

– วันที่ 16 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอาร์เจนตินา พบกับ ทีมชาติไอซ์แลนด์ ในกลุ่ม ดี
– วันที่ 19 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโปแลนด์ พบกับ ทีมชาติเซเนกัล ในกลุ่ม เอช
– วันที่ 23 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเบลเยี่ยม พบกับ ทีมชาติตูนิเซีย ในกลุ่มบี
– วันที่ 26 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเซอร์เบีย พบกับ ทีมชาติบราซิล ในกลุ่มซี
– และวันที่ 3 กรกฏาคม 2018 จะถูกใช้เป็นสนามแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

12. สนามกีฬา คาลินินกราด สเตเดี้ยม หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อารีน่า บัลติก้า ตั้งอยู่ในเกาะเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ออคยาเบอร์สกี้ เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่นคือไม่ได้ตั้งอยู่ในแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย แต่อยู่ในเขตปลอดทหารระหว่าง โปแลนด์ และ ลิธัวเนีย ที่อยู่ห่างกรุง สตอกโฮล์ม และ วอร์ซอว์ เพียงเล็กน้อยเพียงเท่านั้น สนามถูกออกแบบตาม อัลลิอันซ์ อารน่า ของสโมสร บาเยิร์น มิวนิค มีอัฒจันทร์ 2 ชั้น แต่มีความจุที่ 35,212 ที่นั่ง นอกจากนี้สนามแห่งนี้ยังใช้เป็นรังเหย้าของ เอฟซี บัลติก้า คาลินินกราด ทีมลีกรองของประเทศรัสเซียอีกด้วย และโปรแกรมที่ถูกจัดขึ้นที่จะทำการแข่งขันที่นี่มีดังนี้

– วันที่ 16 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติโครเอเชีย พบกับ ทีมชาติไนจีเรีย ในกลุ่ม ดี
– วันที่ 22 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติเซอร์เบีย พบกับ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในกลุ่ม เอ
– วันที่ 25 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติสเปน พบกับ ทีมชาติโมร็อกโก ในกลุ่ม บี
– และวันที่ 28 มิถุนายน 2018 การแข่งขันระหว่างทีมชาติอังกฤษ พบกับ ทีมชาติเบลเยียม ในกลุ่ม จี

เป็นอันเสร็จสิ้นทั้งหมด 12 สนามที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ สำหรับหลายๆท่านที่ไม่รู้หรือทราบความเป็นมาก็หวังว่าจะมีความรู้และรู้จักสนามต่างๆไปไม่มากก็น้อย และเราสามารถดูได้ด้วยว่าทีมชาติไหนที่เราเชียร์จะลงเล่นในสนามไปได้ด้วยเช่นกันครับผม